สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เสด็จเป็นองค์ประธานพีธีเปิดบริษัท ราดิ เมดิคอล ซิสเต็มส์ ที่ภูเก็ต ปี 2549
จากภาพมีบุคคลดังนี้ ท่านอดีต รมต.ประวิช รัตนเพียร, อดีตปลัดกระทรวงวิทย์ ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์,
อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย พงศ์โพยม วาศภูติ, อดีตผวจ.ภูเก็ต อุดมศักดิ์ อัศวรางกูร, ผอ. สวทช. ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล,
อดีตผอ.รพ.กรุงเทพภูเก็ต นพ. ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ และ กรรมการผู้จัดการนายสุรินทร์ บำรุงผล
     
ปัจจุบันดร.สุรินทร์ บำรุงผล ได้อุทิศเวลาส่วนใหญ่ทำงานให้กับสาธารณะ มุ่งหวังที่จะให้ภาคสังคมของภูเก็ตมีความรู้เรื่องหน้าที่ของพลเมือง ร่วมรับผิดชอบ และร่วมกันสร้างความดี ได้รับเชิญให้ไปบรรยายให้เยาวชนทราบในเรื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม อีกทั้งยังเป็นประธานเครือข่ายต่อต้านการทุจริตประจำจังหวัด ซึ่งมีกิจกรรมการสร้างความตระหนัก และปลูกจิตสำนึกต่อเยาวชน และการรณรงค์ทั้งภาคเอกชน สมาคม โรตารี่และสถานศึกษาในระดับต่าง ๆ เช่น วิทยาลัยภูเก็ตเทคโนโลยี วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็นต้น
ทั้งนี้ ดร.สุรินทร์
หวังว่าหากเราได้รณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อประเทศและเป็นพลังพลเมืองร่วมสร้างชุมชน ส่งผลให้จังหวัดเข้มแข็งและท้ายสุดทำให้ประเทศเจริญด้วยพลังที่พลเมืองร่วมช่วยกันนั่นเอง
  สุรินทร์ บำรุงผล

เป็นผู้จุดประกายอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือแพทย์แบบเทคโนโลยีขั้นสูง ในปี 2003 ได้เป็นผู้ก่อตั้งโรงงานสีเขียวแห่งแรกในภูเก็ต ที่ผลิตเครื่องมือ แพทย์ ซึ่งผลิตในห้องสะอาด (clean room) โดยได้มาตรฐาน ISO 13485 จากยุโรป. ผลิตสายสวนหัวใจ Pressure wire sensor ส่งออก โดยได้รับการ ส่งเสริมจาก BOI.

ต่อมาปี 2009 ได้ก่อตั้งโรงงานใหม่ในเขตอุตสาหกรรม ผลิต ผลิตภัณฑ์ใหม่ Surgical Mesh ที่เป็นวัตถุสังเคราะห์เจ้าแรกของโลกที่สามารถละลายหาย ไป ได้หลังจากการรักษาร่างกายสมบูรณ์ ใช้ในการผ่าตัดเช่น โรคไส้เลื่อน หรือการผ่าตัดในศัลยกรรมพลาสติกทั่วไป.

สุรินทร์ สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก ด้านยุทธศาสตร์การพัฒนา จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นจังหวัดภูเก็ต มีผลงานที่โดดเด่นคือ

  • การทำการศึกษาและวิจัยงานด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ๓ เล่ม ซึ่งเชื่อมโยงกัน ดูงานวิจัย ดาวน์โหลดได้ที่นี่
  • การจัดทำอันดับของหน่วยงานราชการในจังหวัดภูเก็ตที่มีการทุจริตมากน้อยทุก ๆ ปี (แบบสำรวจ) ดาวน์โหลดได้ที่นี่
  • เสนอ การจัดระเบียบป้ายบนเกาะภูเก็ตทั้งเกาะ คลิ๊กดูภาพประกอบ
  • จัดเวลาระดมความคิดเห็น การจัดการขยะเกาะภูเก็ต คลิ๊กดูภาพประกอบ
  • สุรินทร์ ได้สมัคร เป็นคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริต ประจำจังหวัดภูเก็ตเมื่อกลางปี ๒๕๕๖ และได้รับเลือกจาก คณะกรรมการสรรหาให้เป็นหนึ่งในหกเพื่อส่งไปให้คณะกรรมการ ปปช. คัดเลือก ต่อมา คสช. ได้มีคำสั่งให้ชะลอการสรรหาดัง กล่าวไว้ก่อน โดยคาดว่าจะพิจารณาอีกครั้งภายในปี ๒๕๕๗ นี้
     
ดร.สุรินทร์ บำรุงผล ได้ให้สัมภาษณ์และนำเสนอ ผลวิจัยต่อหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดยได้แสดง ถึงปัญหาของการทุจริตคอร์รัปชั่นในระดับจังหวัด และเสนอแนวทางการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม สามารถดูข่าวสกู๊ปหน้าหนึ่งดังกล่าวได้ที่นี่
คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลด
 
งานวิจัยเรื่อง "สถานการณ์
และแนวโน้มการทุจริตคอร์รัปชั่นในจังหวัดภูเก็ต"
     
ประวัติดร.สุรินทร์ บำรุงผล
 
โครงการตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ที่จะฆ่าตัวตาย

ดร.สุรินทร์ บำรุงผล และสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย จะร่วมกัน เปิดศูนย์ สะมาริตันส์ภูเก็ต คือ สมาคมที่ให้บริการเป็นเพื่อนพูดคุยทาง โทรศัพท์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย อาสาสมัครมาจากหลากหลายอาชีพ ผลัดเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่โดย ไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ การทำงานของสมาคมตั้งอยู่ บนหลักการ ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา ปรัชญา หรือลัทธิการเมืองใด ๆ คาดว่าศูนย์ดังกล่าวสามารถเปิดให้บริการได้ภายในสิ้นปี ๒๕๕๗ นี้

"อาสาสมัครท่านใดที่มีจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ติดต่อได้ที่ 084-450-7777"
 
สามารถติดต่อสุรินทร์ ได้ที่
dr.surin@outlook.com
     
ผลงานที่สำคัญ ของดร.สุรินทร์ บำรุงผล ในการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นภายในจังหวัดภูเก็ตก็คือ การรวบรวมองค์กรที่สำคัญและเป็นหน่วยงานหลักที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดไปสู่ความเจริญ มาเข้าร่วมกันลงนามและร่วมมือในการกระทำทุกชนิดที่เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตได้แก่
       
 
ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต
(สายสื่อ)
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
(สายการศึกษาระดับปริญญา)
 
สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
(สายเอกชน)
 
สหพันธ์แรงงานธุรกิจโรงแรมและบริการภูเก็ต
(สหภาพแรงงาน ๑๖ สหภาพ)
 
วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต
(สายการศึกษาระดับอาชีวะ)
 
สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต
(สหภาพสายรัฐวิสาหกิจทั้งหมด)
 
ภาพที่ได้รับเชิญจากหน่วยงานต่าง ๆ ไปบรรยายถึงความเลวร้ายของการทุจริต การปลูกฝังค่านิยม
 
สโมสรโรตารี่ภูเก็ต
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
 
วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต
 
วิทยาลัยภูเก็ตเทคโนโลยี
 
สถานีวิทยุ
 
สถานีโทรทัศน์
 
ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต
 
หนังสือพิมพ์ต่างชาติ
 
การทำความดีด้านอื่น ๆ
 
เกียรติบัตรจาก UN
 
เหรียญกาชาด
 
วุฒิบัตรผู้ตรวจการแผ่นดิน
 
การบริจาค-สภากาชาดไทย
 
 
วิสัยทัศน์
ของดร.สุรินทร์ บำรุงผลสำหรับเป็นแนวทางในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศ แต่การป้องกันและปราบปรามนั้นควรมีการนำไปทดลองใช้ในบางจังหวัดที่เหมาะสมก่อนแล้วค่อยนำไปพัฒนาและประยุกต์ใช้ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ภูเก็ต จังหวัดต้นแบบของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศไทย "ภูเก็ตโปร่งใสในปี 2020"
ด้วยศักยภาพด้านภูมิศาสตร์ของจังหวัดภูเก็ตและขนาดพื้นที่เพียง ๓ อำเภอ ทำให้การทดลองนำจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดต้นแบบของความโปร่งใส เพื่อทดลองและศึกษาหาแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นเพื่อเป็นแนวทางให้จังหวัดอื่น ๆ นำไปประยุกต์และปฏิบัติตามแนวทางต้นแบบที่ได้จากภูเก็ต ปัจจุบันต่างประเทศกำลังมองประเทศไทยเรื่องความสามารถในการป้องกันปราบปรามการทุจริตซึ่งมีผลที่ออกมาจากการเปรียบเทียบแล้วประเทศไทยกำลังมีปัญหาเรื่องวิธีการและแนวทางในการป้องกันและปราบปรามว่าเดินมาถูกทางหรือไม่จึงควรมีการทำโครงการต้นแบบสักจังหวัดหนึ่ง หากนำภูเก็ตเป็นต้นแบบและสำเร็จก็สามารถแสดงศักยภาพให้นานาชาติเห็นส่งผลถึงความเชื่อมั่นและความสามารถและภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของประชาชนในท้องถิ่นและนานาประเทศได้ในที่สุด

เมื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งในอดีต ปัจจุบันและคาดการณ์ไปถึงอนาคตจะพบว่าภูเก็ตมีสภาพการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ไม่เหมือนกันกับสภาพของประเทศไทยทั้งประเทศโดย ดร.สุรินทร์ บำรุงผลได้ลงมือทำการวิจัยประมาณ ๑ ปี ผลการศึกษาพบว่า หากมองภาพรวมทั้งประเทศจะเห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นส่วนใหญ่จะมาจากนักการเมืองและทีมงานร่วมมือกับข้าราชการระดับสูงร่วมกันทุจริตงบประมาณของประเทศ เช่นคดีที่ดินคลองด่าน, คดีซื้อรถเรือดับเพลิงของ กทม. เป็นต้น แต่ภาพรวมของจังหวัดภูเก็ตการทุจริตคอร์รัปชั่นส่วนใหญ่มาจากหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ เช่น การออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ, การรับส่วยเป็นรายเดือน, การดึงเวลาในการขอใบอนุญาตต่าง ๆ การนำอำนาจหน้าที่เป็นช่องทางในการหาเงินเข้าเป็นรายได้ส่วนตัว การจ่ายเงินค่าแป๊ะเจี๊ยะสำหรับการฝากลูกเข้าโรงเรียนประจำจังหวัด เป็นต้นซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการทุจริตเพราะระบบอุปถัมภ์ที่ยึดครองมาตั้งแต่สมัยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุกรุ่งเรือง จนครอบงำทำให้การรับช่วงต่อของหัวหน้าส่วนราชการในยุคต่อมาปฏิบัติตามกันกลายเป็นวัฒนธรรมการทุจริต และอีกสาเหตุคือจังหวัดภูเก็ตมีค่าครองชีพสูงกว่าจังหวัดอื่น ๆ แต่ขณะที่รายได้ของหัวหน้าส่วนราชการเท่ากัน และปัจจุบันความสวยงามและมีศักยภาพของภูเก็ตทำให้มีผู้ใหญ่ระดับประเทศมักจะมาพักผ่อน, จัดงาน, ลงทุน, มาต้อนรับแขกของรัฐบาลทำให้ต้องมีการต้อนรับและต้องเลี้ยงดูผู้ใหญ่เหล่านั้นเพื่อความสนิทสนมและเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานในอนาคต จึงมีค่าใช้จ่ายในการรับรองสูง ทำให้รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย จึงทุจริตเมื่อมีโอกาส

เมื่อศึกษาการแก้ปัญหาการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของฮ่องกง เกาหลีใต้ สิงคโปร์และฟินแลนด์อินโดนีเซีย จีนและฟิลิปปินส์จะเห็นว่าหน่วยงานด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตของเขาเหล่านั้นใช้วิธีการนำ การมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคมมาเป็นตัวนำและได้ผลเป็นอย่างมาก รวมถึงผู้นำประเทศออกมากระทำอย่างจริงจังที่ไม่ใช่เพื่อการสร้างภาพเท่านั้นโดยเฉพาะประเทศจีนจะเห็นได้ชัดเจนว่าประธานาธิบดีจีนได้มีคำสั่งกวาดล้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งที่เคยร่วมงานกับประธานาธิบดีมาก่อนก็ตาม ทั้งนี้เขามีการออกกฎหมายที่คุ้มครองผู้ชี้เบาะแสการมีเงินรางวัล และรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นผลร้ายของการทุจริตและเข้ามามีส่วนร่วมกันในวงกว้างครอบคลุมทั้งประเทศ

สำหรับภูเก็ต ด้วยวัฒนธรรมและระบบอุปถัมภ์ที่มีมายาวนานทำให้ผู้คนเห็นการทุจริตเป็นเรื่องที่ธรรมดา เห็นรุ่นปู่ย่าทำกันในยุคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุกรุ่งเรือง หัวหน้าส่วนราชการในยุคก่อนเป็นผู้ร่ำรวยกันในเวลาต่อมา ตกทอดมาในยุคปัจจุบันซึ่งเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ยังคงมีการนิยมยกย่องคนมีเงิน เน้นความสะดวกสบาย ใช้เงินเป็นใบเบิกทาง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างรุนแรง เช่น การฝากลูกหลานเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดโดยการบริจาคเงิน แต่หากประชาชนคนธรรมดา ไม่มีเงินเพียงพอที่จะบริจาคก็ต้องไปหาที่เรียนกันเอาเองตามอัตภาพ ปัญหาด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในจังหวัดภูเก็ตจึงจำเป็นต้องเข้ามาจัดการอย่างรีบด่วน
ด้วยสภาพเป็นเกาะมีขอบเขตชัดเจน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สลับซับซ้อนจึงน่าจะนำภูเก็ตเป็น model นำร่องสำหรับจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศคือโครงการ "ภูเก็ต โปร่งใสในปี 2020"สำหรับวิธีการทำนั้นแบ่งเป็น ๔ ส่วนคือ

๑. ทำตามคำสั่งระเบียบปฏิบัติของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ อย่างเคร่งครัด และถือเป็นหน้าที่หลักในการบริหารงาน

๒. สร้างและพัฒนาเครือข่ายให้เป็นเครื่องมือหลักในการบรรลุวัตถุประสงค์ในการป้องกันและปราบปราบการทุจริตประจำจังหวัด ซึ่งจะมีแนวทางในการสร้างและพัฒนาเครือข่ายดังต่อไปนี้
          ๒.๑ สร้างเครือข่ายโดยหาองค์กรที่เป็นองค์กรหลักของจังหวัดแต่ละด้านเข้าร่วมลงนามในความร่วมมือในการร่วมป้องกันต่อต้านการทุจริต เช่น ด้านเอกชนสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตซึ่งประกอบไปด้วยโรงแรม บริษัทท่องเที่ยว ซึ่งเป็นธุรกิจที่เป็นแกนหลักของจังหวัด ด้านกฎหมาย สภาทนายความจังหวัดภูเก็ต ด้านอาสาสมัครอาสาพัฒนาชุมชน, อาสาสมัครพิทักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กลุ่มเกษตรกรและประมง ด้านแรงงานและสหภาพ สมาพันธ์แรงงานวิสาหกิจ, สหพันธ์แรงงานโรงแรมและบริการภูเก็ต ด้านสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษาทั้งในระดับปฐม มัธยม อาชีวศึกษาและอุดมศึกษาเข้าร่วมมือด้านสื่อมวลชน สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดภูเก็ต ด้านเงินทุนใช้การระดมทุนจากองค์กรระหว่างประเทศและผู้บริจาคภาคเอกชนในท้องถิ่น
          ๒.๒ พัฒนาเครือข่ายโดยจัดผู้นำเครือข่ายที่มีความรู้และมีความสามารถเข้าร่วมการอบรมสัมมนากับ ป.ป.ช. หรือหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งมีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งมีเป็นระยะ ๆ เพื่อสร้างบุคลากรมืออาชีพด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตภายในจังหวัดขึ้นมาเพื่อสืบสานต่อวัตถุประสงค์และเข้าใจรากเหง้าของภูเก็ตสามารถป้องกันและปราบปรามได้ตรงตามที่มาของสาเหตุปัญหาต่าง ๆแล้วนำความรู้ที่ได้ถ่ายทอดให้สมาชิกในเครือข่ายอีกต่อหนึ่ง รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้เครือข่ายทราบเกี่ยวกับกฎหมายการให้ความคุ้มครองแก่พยานผู้ให้ข้อมูลเรื่องการทุจริตจัดทำเวบไซต์ เพื่อให้สมาชิกได้เข้าร่วมติดต่อและส่งข้อมูลและเรื่องร้องเรียนร่วมสร้างหลักสูตรที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของจังหวัดภูเก็ต เพื่อการบ่มเพาะในสถานศึกษาในแต่ละระดับตั้งแต่ปฐม-มัธยมและอุดมศึกษา
          ๒.๓ จัดกิจกรรมให้เครือข่ายทำโครงการ "ตาสับปะรด" เป็นโครงการที่ใช้การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการเป็นสายข่าวแจ้งเบาะแสการทุจริตทุกรูปแบบพร้อมการคุ้มครองและการให้เงินรางวัลในการชี้เบาะแสลักษณะคล้ายสายข่าวของตำรวจในการปราบยาเสพติดที่ได้ผลในปัจจุบันการปลูกจิตสำนึกและสร้างทัศนคติให้ประชาชนเห็นถึงผลเสียและความเลวร้ายของการทุจริตผ่านรายการทีวีและวิทยุท้องถิ่น และบรรยายในสถานศึกษาเพื่อสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้สนใจและร่วมรังเกียจการทุจริตจัดทำการสำรวจและวิจัย เพื่อค้นหาสาเหตุและรูปแบบของการทุจริตในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการกระทำที่เป็นระบบระเบียบเชิงวิทยาศาสตร์เช่นนี้จะค้นพบความจริงนำไปสู่การหาแนวทางในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้อย่างตรงกับปัญหาและได้ผลมากกว่าการนึกคิดตามกระแสจัดทำแบบสอบถามเพื่อจัด rankingประจำปีของหน่วยงานราชการที่ประพฤติทุจริต เพื่อให้ผู้บริหารที่ควบคุมบริหารได้ปรับสภาพองค์กรใหม่และอาจส่งผลถึงการประเมินการเลื่อนยศตำแหน่งของหัวหน้าหน่วยงาน เป็นการผลักดันทางอ้อมให้หน่วยงานนั้น ๆ ต้องหาวิธีการป้องกันมิให้หน่วยงานของตนเป็นที่จับตาต่อสังคมเพราะมี ranking ที่เห็นเด่นชัด ทั้งนี้ต้องดำเนินการด้วยจริยธรรมของนักวิจัยโดยไม่เอนเอียง

๔ ฟันเฟืองที่จะผลักดันทำให้ภูเก็ตโปร่งใส
๓. สร้างความเป็นเกาะนานาชาติ
          ๓.๑ เชื้อเชิญองค์กรความโปร่งใสของโลกTransparency International ให้มีสำนักงานระดับภูมิภาคบนเกาะภูเก็ตใช้ความสวยงามและความพร้อมระดับโลกของภูเก็ตเป็นแรงดึงดูดให้องค์กรดังกล่าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและสร้างภาพลักษณ์ให้ภูเก็ตเป็นเมืองต้นแบบในการต่อต้านและร่วมรณรงค์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ส่งผลให้การทำงานของรัฐเป็นไปอย่างระมัดระวังและเกิดการทุจริตยากยิ่งขึ้น
          ๓.๒ ร่วมมือกับ ASEAN เพื่อพัฒนาการป้องกันและปราบปราบการทุจริตอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สอดคล้องกับการเข้าร่วม AEC เครือข่ายฯ ของจังหวัดภูเก็ตจะเข้าร่วมมือและประสานงานกับเครือข่ายในระดับประเทศของอาเซียนเพื่อส่งเสริมและมีกิจกรรมที่สำคัญร่วมกัน

๔. สร้างความมั่นใจให้ประชาชน ในจังหวัดเกิดความไว้วางใจในโครงการ "ภูเก็ตโปร่งใสใน๒๐๒๐" ว่าจะสามารถทำได้ด้วยดีและมีผลงานให้ทั้งประชาชนในท้องถิ่นและชาวต่างประเทศมั่นใจและเชื่อมั่นว่ามีทุกอย่างอยู่ในระบบที่โปร่งใสเป็นจังหวัดที่อยู่ในระดับนำของโลก
สุดท้ายเมื่อเราได้ปฏิบัติตามแนวทางข้างต้นภายระยะเวลาจากปัจจุบัน – ปี 2020 ก็จะทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้คือ"ภูเก็ตโปร่งใสใน 2020" ซึ่งจะนำมาซึ่งการลดการทุจริต และเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดโดยจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใหญ่ของ ค.ส.ช. ซึ่งมุ่งหวังให้ประเทศไทยลดการทุจริตลง และสามารถนำ Model "ภูเก็ตโปร่งใสใน 2020" ไปปรับแต่งและประยุกต์ใช้ได้ในจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

ด้วยความปรารถนาดีจาก ดร.สุรินทร์ บำรุงผล
 
Copyright © 2012 drsurin.com All Rights Reserved.